munoi_@'s profileSpace@_s.korakotPhotosBlogListsMore Tools Help

Space@_s.korakot

Photo 1 of 15
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
October 30

...ทางบนภูเขา..

 
...คนทั้วไปมักเข้าใจว่าบนภูเขานั้นเหงา  แต่ในความจริง ภูเขามีเส้นทางมากมายกว่าที่ผู้คนคาดคิดมีเส้นทางเก่าแก่ที่ไม่รู้ว่าเป็นของคนยุคใด เส้นทางของพ่อค้าขบวนของล่อหรือม้าต่างๆ เส้นทางที่ชาวบ้านเดินติดต่อกัน และเส้นทางของสัตว์ป่าตัดทับไปมา บางเส้นเป็นทางขนาดใหญ่เพราะมีผู้ใช้ร่วมกันมาก บางเส้นเล็กแคบเพราะเป็นเส้นทางเฉพาะของแต่ละคน บางเส้นดูลึกลับมี
เลห์เหลี่ยมเพราะเป็นเส้นทางที่ผู้ล่าใช้ดักซุ่มเหยื่อ.....
                    ด้วยเหตุนี้ภูเขาที่ปล่าวเปลี่ยวจึงยังบอกกับเราว่าทุกชีวิตมีเส้นทางของตน แต่ก็อาจตัดทับกันจนสับสน อาจจบกันโดยบังเอิญ แตกแยกจากไปโดยเจตนา อาจเปี่ยมด้วยเพื่อนร่วมทาง หรืออาจเดินไปอย่างโดดเดี่ยว....
                    การเดินทางของชีวิตเช่นเดียวกับการเดินทางบนภูเขา ช่วงก่อนถึงจุดหมายปลายทางมีคนไม่น้อยที่มักหวั่นไหว พวกเขากลัวทางแยก วิตกกับความมืด หวาดผวากับสิ่งที่ไหม่รู้จักและกลัวเกรงกับความผิดพลาด แต่คนเดินภูเขารู้ดีว่าความอ่อนแอเป็นพี่ชายคนโตของความหวาดกลัวโดยมีความล้มเหลวเป็นน้องคนสุดท้อง
                    ผมเคยเดินบนภูเขามาหลายปี บางครั้งใช่เวลาวันเดียว บางครั้งใช้เวลาเป็นสิบวัน บางครั้งฝนตกมืดครึ้มติดต่อกันจนเกือบมองไม่เห็นทาง แต่ทุกครั้งจะพบรอยชาวบ้านดักสัตว์
ตัดฟืน ต้องเจอะเจอไร่ข้าว ที่พอจะนำไปตามทางเข้าหมู่บ้านเพื่อแวะพักหรือถามไถ่ทาง
                    ปัญหาที่แท้จริงคือ การไม่รู้จักจบสิ้นของเส้นทางบนภูเขา เช่นเดียวกับที่ไม่มีจุดหมายปลายทางที่แท้จริงของชีวิต คุณอาจจะปีนป่ายอย่างเหนื่อยล้ากว่าจะถึงยอดเขาสักลูก เพื่อพบว่ายังมียอดเขาที่สูงกว่าถูกปิดบังซ่อนเร้นอยู่อีก เช่นเดียวกับที่ไม่มีจุดไหนของชีวิตที่จะมั่นใจว่าคุณทุกข์อย่างที่สุดแล้ว สุขอย่างที่สุดแล้ว หรือเมื่อคุณพบกับความสมหวัง ความผิดหวังก็อาจจะตามมาเหมือนสู่จุดสูงก็ต้องไต่ทางลงต่ำ ภูเขาให้ความเข้าใจถึงลักษณะสัมพัทธ์นี้อย่างชัดเจนที่สุด
                    ผมเองก็เคยเหนื่อยล้ากับการไต่ไปบนเส้นทางภูเขาและชีวิตที่ไม่รู้จักจบสิ้น แต่ภูเขาก็มีคำตอบบางอย่างให้กับชีวิตผม ภูเขาทุกลูกจะมีทางขึ้นสู่ยอดเขา ทั้งๆที่ไม่ใช่ทางจำเป็นและต้องเดินผ่าน หลายครั้งผมเคยเดินตามทางเก่าแก่ที่แยกทางใหม่ แล้วพบว่ามันไปจบตรงชะง่อนหินริมผา ทั้งหมดเพียงเพื่อจะหาทางได้ชมวิวในมุมกว้างที่งดงามที่สุด มันบอกเราว่าความงามก็เป็นสาระสำคัญของเส้นทางเดินมนุษย์....
                    ภาพเขียนของจียสมัยราชวงค์ซ่งและถัง มักเป็นมุมมองจากที่สูงและเห็นภูเขาในหมู่หมอก เป็นหลืบซ้อนกันไปไม่รู้จักจบสิ้น อาจมีชายชรานั้งอยู่ในเก๋งเก่าแก่ หรืออาจมีชายแก่นั้งตกปลาอยู่เดียวดาย ศิลปินในยุคนั้นพยายามบ่งบอกสิ่งเดียวกันกับเราว่า จุดมุ่งหมายของภาพเขียนไม่ใช่มนุษย์หรือภูเขา หากเป็นความเวิ้งว้างอันงดงาม ซึ่งแม้แต่อัตตาของศิลปินก็ถูกกลืนหายไป
                    และด้วยเหตุผลเดียวกัน สถานบำเพ็ญธรรมของพระธิเบต ซึ่งแม้จะอยู่บนภูเขาหิมาลัยจะต้องเลือกอยู่จุดที่ปะทะกับความว่างที่กว้างไกล เช่นเดีวกับพระสงฆ์หรือฤๅษีในอดีตที่พยามตัดทางขึ้นไปสู่ยอดเขา เพื่อสร้างพระธาตุบนดอยสุเทพ สำนักสงฆ์บนดอยภูพระบาท ประสาทหินพนมรุ้ง
                    ท่านมุ่งหวังให้มนุษย์ตระหนักถึงสาระความงามในชีวิต และอาจหวังให้คนไปจาริกแสวงบุญได้ตระหนักว่า ตัวตนนั้นเป็นเหมือนละอองธุลี ท่ามกลางความว่างปล่าวอันยิ่งใหญ่...
 ....กวีสีน้ำ....
 
No list items have been added yet.
  • Send a private message
  • Subscribe to RSS feed
  • Tell a friend
  • Add to My MSN
  • Add to Live.com
  • Add to your network